หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมบางทริปลูกหาบคิดเป็นกิโล
แต่บางทริปกลับคิดราคาเหมาต่อคน วันนี้ขอเล่าในมุมคนจัดทัวร์ให้ฟังครับ
ปกติผมจะแบ่งระบบลูกหาบออกเป็น 2 แบบหลัก ๆ
⛰️ แบบที่ 1 : คิดตามน้ำหนักจริง
ไม่ต้องจองล่วงหน้า ไปถึงแล้วต่อคิวแจ้งใช้งานได้เลย
เช่น
• ภูสอยดาว 30 บาท / กิโล
• เขาหลวง 25 บาท / กิโล
ข้อดีคือ
✅ ไม่ต้องจองล่วงหน้า
✅ ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น
✅ คนจัดทัวร์ไม่ต้องแบกรับค่าน้ำหนักส่วนต่างที่ไม่ได้ใช้
แต่ข้อเสียคือ…
❌ ต้องลุ้นหน้างานหนักมาก ว่าลูกหาบจะพอไหม โดยเฉพาะช่วงคนเยอะ 😂
━━━━━━━━━━━━
🏕️ แบบที่ 2 : จองล่วงหน้า คิดราคาเหมาต่อคน
ส่วนใหญ่เส้นทางเดินป่าจะใช้ระบบนี้
ตัวอย่างเช่น
• เปรโต๊ะ 500 บาท / วัน/คน แบกได้ 25 กิโล
• ทูเล 3 วัน 2 คืน 2,500 บาท / คน แบกได้ 20 กิโล
ข้อดีคือ
✅ รู้ล่วงหน้าว่ามีลูกหาบแน่นอน
✅ คำนวณน้ำหนักและจัดการของง่าย
✅ วางแผนทีมได้ชัดเจน
แต่ข้อเสียคือ
❌ ถึงใช้ของไม่เต็มน้ำหนัก ก็ต้องจ่ายเต็มตามที่จอง
❌ ถ้าน้ำหนักเกิน ก็ต้องเพิ่มเงินส่วนต่าง
━━━━━━━━━━━━
เพราะแบบนี้ หลายคนจะเห็นว่าราคาลูกหาบของแต่ละทัวร์ไม่เท่ากัน
โดยเฉพาะทริปที่ต้อง “จองลูกหาบล่วงหน้า”
ราคาที่เห็น บางครั้งจะมีการเผื่อค่าน้ำหนักหรือค่าใช้จ่ายส่วนต่างไว้แล้ว
เพราะถ้าจองไปแล้วใช้ไม่ถึง คนจัดก็ยังต้องจ่ายเต็มอยู่ดีครับ 😅
จริง ๆ เรื่องลูกหาบเป็นต้นทุนที่หลายคนไม่ค่อยเห็น
แต่เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของทริปเดินป่าเลย ❤️
